ออกแบบ โลโก้ปลากัด

ออกแบบโลโก้ปลากัด
  1. งาน ออกแบบ โลโก้ปลากัด ภายใต้คอนเซป หรูหราดูแพง
  2. ความต้องการรู้สึกอ้อนช้อยและหรูหราคงความเป็นไทย แต่ไม่ไทยมาก
  3. ต้องการไปทำป้ายร้าน และเสื้อ ฉลากต่างๆ

บริการรับ ออกแบบโลโก้ กราฟิก และสื่อต่างๆ เราเป็นผู้ออกแบบ และรับงานเอง จึงสามารถตอบโจทย์ต่างๆโดยไม่ผ่านนายหน้าใดๆ

line id : time-toon

ก่อนออกแบบ โลโก้ปลากัด มารู้จักปลากัดกัน

ชื่อหมายถึงลักษณะของการต่อสู้กับปลา
ปลากัดจีน
เป็นชื่อที่ใช้สำหรับปลากัดครีบยาวผมเข้าใจมานานแล้วว่าอาจเป็นเพราะครีบยาวหยักสีฉูดฉาดเหมือนปลากัดตีนตุ๊กแกจีนเป็นปลาที่พัฒนาแล้ว โดยการผสมและผสมพันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะที่มีครีบและหางที่ยาวขึ้นความยาวครีบหางส่วนใหญ่จะมีความยาวเท่ากัน หรือมากกว่าความยาวรวมของลำตัวและหัวและได้รับการพัฒนาเพื่อให้ได้สีใหม่และสวยงามโดยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากัดชาวไทยซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นเวลานานก่อนที่ปลากัดจะนำไปเลี้ยงในต่างประเทศ แต่ไม่มีการบันทึกว่า การพัฒนาปลากัดชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อใด? ปลากัดชนิดนี้เป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และได้มีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องจนได้สายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่ออกมามากมาย

ต่อสู้กับปลาหรือต่อสู้กับปลา
พบในแหล่งน้ำตามธรรมชาติในทุ่งนาและหนองน้ำปลากัดเป็นปลาขนาดเล็กที่ไม่มีลักษณะเด่นมากนักครีบและหางของพวกมันมีสีแดงเกือบตลอดเวลา มีจุดสีดำสองสามจุด บางทีอาจมีเส้นสีเขียวอ่อนเป็นริ้วสีเขียวที่ครีบหลัง เมื่อสีออกจะมีทั้งตัวและครีบเป็นสีน้ำตาลด้านข้างเหมือนหญ้าแห้ง ปัจจุบันคำว่าปลากัดป่าหมายรวมถึงปลากัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลากัดพื้นเมืองภาคใต้และปลากัดป่ามหาชัยด้วย

ปลาสังกะสีและปลากัดหมู
เป็นปลากัดที่นักเพาะพันธุ์ปลาคัดมาเพื่อหวังว่าจะได้ปลาที่กัดเก่ง ๆ จากบันทึกบอกเล่าของหลวงอัมรินทร์สมบัติ (ทุนสุวรรณนคร) นักเลงปลารุ่นเก่าเชื่อว่าปลาสังกะสีและปลาหมูน่าจะได้รับการพัฒนา 2430 โดยจำได้ว่าก่อนหน้านั้นปลาป่าต้องเสี่ยงโชคกัน ต่อมาชาวประมงบางส่วนเริ่มขุดหาปลาป่าที่อาศัยอยู่ในรูในฤดูแล้ง ขังในโอ่งและเลี้ยงด้วยอาหารเมื่อถึงฤดูฝนปลาป่ากัดซึ่งส่วนใหญ่จะสู้ปลาขุดที่สามารถเลี้ยงไม่ได้การเล่นปลาขุดยังคงเป็นที่นิยมในราว พ.ศ. 2496 และหาปลาป่าตัวเมียมาผสมลูกปลาที่ได้จากการผสมครั้งแรกเรียกว่า "สังกะสีแดง

ครีบก้นยาวถึงครีบหางมีลักษณะแบนกลมและมีอวัยวะช่วยหายใจบนผิวน้ำโดยใช้ปากฮุบอากาศโดยไม่ผ่านเหงือกเหมือนปลาส่วนใหญ่ เกล็ดหยาบเป็นกระสวย ปกคลุมไปถึงศีรษะริมฝีปากหนาดวงตากลมโตเพกโตรอลคู่แรกใช้ในการสัมผัสนาน ปลาตัวผู้มีสีน้ำตาลแดงและน้ำเงินหรือเขียว ครีบมีสีแดงและแต่งแต้มด้วยแถบสีเหลือง ในขณะที่ปลาตัวเมียจะมีสีซีดและมีขนาดลำตัวที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด.

ขนาดโตเต็มที่ 5-6 ซม. มีการกระจายพันธุ์ทั่วไปในแหล่งน้ำนิ่งขนาดเล็กและตื้นของทุกภาคของประเทศไทยเท่านั้น สภาพปัจจุบันในธรรมชาติถูกคุกคามจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและสารเคมีตกค้างปลากัดจีนตัวผู้
พวกมันมักจะอยู่ตามลำพังในที่แคบ ๆ เพราะพวกมันมีนิสัยก้าวร้าวและดุร้ายในปลาชนิดเดียวกัน ตัวผู้เมื่อเจอกันจะพองตัวพองเหงือกโตกัดกัน ซึ่งบางครั้งอาจกัดจนตายเมื่อผสมพันธุ์ตัวผู้จะเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยึดติดกับวัสดุต่างๆเหนือผิวน้ำ การฟักไข่ใช้เวลา 2 วันโดยปลาตัวผู้จะดูแลไข่และตัวอ่อนเองโดยไม่เกี่ยวข้องกับปลาตัวเมีย

เป็นปลาที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดีมา แต่โบราณ สายพันธุ์ดั้งเดิมของปลาต่อสู้จากธรรมชาติมักเรียกกันว่า "ปลาต่อสู้" หรือ "ปลาต่อสู้" หรือ "ปลากัดป่า" ทำให้ความนิยมในการนำมาใช้ต่อสู้กัดเป็นการพนันชนิดหนึ่งในประเทศไทย และได้พัฒนาสายพันธุ์และความสามารถในการใช้กลวิธีการกัดจนถึงปัจจุบันถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยและเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติว่า "ปลากัดสยาม" โดยฮิวจ์แมคคอร์มิคสมิ ธ มีส่วนสำคัญในการทำให้ปลากัดเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง พวกเขาเขียนบทความชื่อ "ปลานักสู้แห่งสยาม" ในโคเปียฉบับที่ 159, Science Digest ฉบับที่ 2 และวารสารประวัติศาสตร์ธรรมชาติฉบับที่ 39 โดยอธิบายถึงความแตกต่าง ของปลากัดเช่นการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อการแข่งขันการพนันในประเทศไทยรวมถึงการเพาะพันธุ์ปลากัดเพื่อการพนันและความสวยงามอีกด้วย  นอกจากนี้ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง From Russia with Love ในปี พ.ศ. 2509 ยังมีการกล่าวถึงปลากัด ในเชิงสัญลักษณ์ด้วย

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาพันธุ์ปลาภาคกลางให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีสีสันที่สวยงามและสวยงามมากขึ้นเรียกว่า“ ปลากัดหม้อ” นิยมเลี้ยงในภาชนะขนาดเล็กและแคบเช่นโอ่งขวดโซดาเป็นต้นและยังได้พัฒนาสายพันธุ์อีกมากมายในแง่ของการเป็นปลาสวยงามเช่น“ ปลากัดจีน” ที่มีความยาว ครีบ“ ปลากัดแฟนซี” สีสันสดสวย "Crown Tails" หรือ "Half Moon Betta" เป็นต้น

ในปี 2556 กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ขึ้นทะเบียนปลากัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เช่นเดียวกับข้าวหอมมะลิหรือข้าวหลามตัด